โฆษณา
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ประเภทของน้ำอัดลม
Bookmark and Share

บทความน่ารู้ เรื่องประเภทของน้ำอัดลม
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

เรื่องควรรู้เกี่ยวกับน้ำอัดลมน้ำอัดลมเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมประเภทหนึ่งเนื่องจากมีรสชาติอันยอดเยี่ยม แถมยังรสหวาน
ซาบซ่า ในที่นี้จะกล่าวถึงประเภทและส่วนประกอบภายในน้ำอัดลมกันก่อน

ถ้าแบ่งน้ำอัดลมตามลักษณะเฉพาะของสีและกลิ่น ที่มีจำหน่ายทั้งแบบบรรจุขวดและแบบกระป๋อง สามารถแบ่งได้เป็น 2 ประเภท คือ
ประเภทที่ 1 เป็นน้ำอัดลมรสโคล่า น้ำอัดลมประเภทนี้ปรุงแต่งด้วยหัวน้ำเชื้อโคล่าซึ่งมี
คาเฟอีนที่สกัดจากส่วนใบของต้นโคคาผสมอยู่ด้วย ปริมาณคาเฟอีนจะมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับชนิด
ของน้ำอัดลมที่แตกต่างกันไป สำหรับสีน้ำตาลเข้มที่เป็นที่มาของสีน้ำดำหรือสีโคล่านั้น ส่วนใหญ่
แล้วจะมาจากสีผสมอาหารที่เป็นสีน้ำตาลไหม้
ประเภทที่ 2 เป็นน้ำอัดลมที่ไม่ใช่โคล่า ได้แก่ น้ำอัดลมที่ปรุงแต่งกลิ่นรสเลียนแบบน้ำผลไม้
เช่น ส้ม มะนาว หรือองุ่น น้ำหวานอัดลมพวกน้ำเขียว น้ำแดง และน้ำอัดลมที่สีเหมือนโคล่าแต่ไม่ใช่
คือ รู้ทเบียร์ น้ำอัดลมเหล่านี้ส่วนใหญ่แล้วจะไม่มีคาเฟอีน เนื่องจากไม่ได้ปรุงแต่งด้วยหัวน้ำเชื้อชนิด
โคล่า อย่างไรก็ตามอาจมีการเติมคาเฟอีนสกัดเล็กน้อยในส่วนผสม เพื่อให้ได้ฤทธิ์กระตุ้นของคาเฟอีน
ทำให้รู้สึกสดชื่นกระปรี้กระเปล่าเมื่อดื่มด้วย
ส่วนประกอบของน้ำอัดลม
ส่วนประกอบของน้ำอัดลม มีดังนี้
1. ส่วนประกอบหลักแน่นอนที่สุดก็คือ น้ำ น้ำนี้ได้มาจากการนำน้ำบาดาลมาผ่านการกรองและฆ่าเชื้อโรคด้วยคลอรีน จากนั้นก็จะมีการเติมส่วนประกอบตัวที่ 2 ลงไป
2. ส่วนประกอบตัวที่ 2 ก็คือ สารให้ความหวาน ซึ่งสารนี้ก็คือ น้ำตาลทรายหรือซูโครส นั่นเอง หรือในน้ำอัดลมบางชนิดจะมีการผสมน้ำตาลเทียมชนิดที่ใช้ใส่ในน้ำอัดลมคือ แอสปาร์แทม ลงไปแอสปาร์แทมเป็นกรดอะมิโนที่สามารถรับประทานได้แต่ต้องไม่มากเกินไปการ ผลิตน้ำอัดลมชนิดธรรมดาจะใช้น้ำตาลทรายเพียงอย่างเดียว นำมาผสมน้ำ แล้วต้มทำเป็นน้ำเชื่อมและกรอง ปัจจุบันมีการใช้สารให้ความหวานตัวอื่นเพิ่มมาอีก เช่น น้ำเชื่อมข้าวโพด และน้ำเชื่อมข้าวโพดแบบฟรุคโตสสูง เป็นต้น จากนั้นจะมีการเติมส่วนประกอบตัวที่ 3 ลงไป
3. ส่วนประกอบตัวที่ 3 คือ สารปรุงแต่ง หรือที่เรียกกันว่า หัวน้ำเชื้อ จะเป็นส่วนผสมของสารที่ให้สีและกลิ่น จากนั้นก็ทำให้ของผสมทั้งหมดเย็นลงเพื่อทำการเติมส่วนประกอบตัวที่ 4 ลงไป
4. ส่วนประกอบตัวที่ 4 เป็นตัวที่ทำให้น้ำอัดลมมีชื่อว่าน้ำอัดลมสมชื่อ แต่จริง ๆ น่าจะชื่อว่า น้ำอัดแก๊สมากกว่า เนื่องจากส่วนประกอบตัวที่ 4 นี้ก็คือ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ (CO2) นั่นเอง โดยจะนำแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์อัดลงในส่วนประกอบทั้ง 3 ที่ผสมไว้ปฏิกิริยาที่เกิดขึ้นระหว่างน้ำกับแก๊สคาร์บอนไดออกไซด์จะต้องใช้ ความดันสูงหรือใช้การอัด
ให้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ทำปฏิกิริยากับน้ำให้ ได้ เนื่องจากในสภาวะความดันปกติ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์แทบจะไม่ละลายน้ำหรือไม่ทำปฏิกิริยากับน้ำเลย ผลิตภัณฑ์ที่เกิดขึ้นจากปฏิกิริยานี้คือจะได้กรดคาร์บอนิกเป็นองค์ประกอบ โดยกรดคาร์บอนิกจะทำให้น้ำอัดลมซ่า และมีฟอง แต่กรด คาร์บอนิกที่เกิดขึ้นนั้นไม่เสถียร คือสามารถสลายตัวได้ง่ายในภาวะความดันปกติ ยิ่งถ้ามีความร้อนด้วยจะยิ่งเร่งการสลายตัวให้เร็วยิ่งขึ้น จะสังเกตได้ว่าถ้าเราตั้งน้ำอัดลมทิ้งไว้นาน ๆ รสชาติของน้ำอัดลมจะเปลี่ยนไปและไม่มีฟอง เนื่องจากผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการสลายตัวของกรดคาร์บอนิกก็คือจะได้น้ำกับแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์นั่นเอง ดังนั้น เมื่อเราเปิดขวดน้ำอัดลมออก ความดันที่สูงในขวดน้ำอัดลมก็จะลดลงเท่ากับความดันปกติ จึงทำให้กรดคาร์บอนิกสลายตัวออกมา ได้แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ ซึ่งเราสามารถสังเกตได้จากการเกิดฟองนั่นเอง ดังนั้นก่อนรับประทานน้ำอัดลมจึงต้องเก็บน้ำอัดลมภายใต้ความดันหรือให้ความ เย็น
5. ถ้าเราลองดูส่วนผสมของน้ำอัดลมจากข้างขวดหรือข้างกระป๋องดู จะพบว่าหนึ่งในส่วนผสมนั้นคือ เอทิลีนไกลคอล สารตัวนี้เป็นตัวทำให้น้ำอัดลมเย็นจัดและช่วยป้องกันการแข็งตัวที่อุณหภูมิ0 องศาเซลเซียส เนื่องจากส่วนใหญ่แล้วเราจะนำน้ำอัดลมไปแช่เย็นก่อนจะนำมารับประทาน เอทิลีน- ไกลคอลนี้ก็จะช่วยให้น้ำอัดลมไม่แข็งตัวที่อุณหภูมิ 0 องศาเซลเซียส โดยจะทำให้น้ำอัดลมแข็งตัวที่อุณหภูมิต่ำกว่านั้น คือประมาณ -4 หรือ -5 องศาเซลเซียส
6. ส่วนประกอบตัวที่ 6 คือ คาเฟอีน คาเฟอีนไม่ได้มีเฉพาะในกาแฟ หรือในเครื่องดื่มบำรุงกำลังเท่านั้น แต่ยังมีในเครื่องดื่มที่มีส่วนผสมของเม็ดโคล่าด้วย คาเฟอีนเป็นสารที่มีกลิ่นหอม และเป็นสารกระตุ้นประสาทที่ได้รับความนิยมมากที่สุด มีฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและลดความง่วงลง ปริมาณคาเฟอีนโดยทั่วไปจะมี 3 ระดับ คือ
- ระดับต่ำ มีปริมาณคาเฟอีน 50-200 มิลลิกรัม เมื่อได้รับเข้าไปจะทำให้สดชื่น และไม่ง่วง
- ระดับปานกลาง มีปริมาณคาเฟอีน 200-500 มิลลิกรัม เมื่อได้รับเข้าไปจะทำให้ปวดศีรษะกระวนกระวาย และนอนไม่หลับ
- ระดับสูง มีปริมาณคาเฟอีนประมาณ 1000 มิลลิกรัม เมื่อได้รับเข้าไปจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ใจ สั่น เบื่ออาหาร และทำให้เกิด คาเฟอีนนิซึม ได้ ปริมาณคาเฟอีนในน้ำอัดลมจะอยู่ในระดับต่ำต่อกระป๋องหรือต่อขวด ดังนั้นเมื่อได้รับประทาน
เข้าไปจึงทำให้รู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่าได้ แต่ไม่ควรรับประทานมากเกินไป
7. ส่วนประกอบต่อไป คือ วัตถุกันเสียหรือสารกันบูด ใส่เข้าไปเพื่อให้สามารถเก็บน้ำอัดลมได้นาน
8. ส่วนประกอบอื่น ๆ ในน้ำอัดลม เช่น กรดซิตริกและกรดฟอสฟอริก เป็นกรดค่อนข้างแรง จะทำให้เกิดการระคายเคืองต่อทางเดินอาหารได้การตรวจสอบหาส่วนประกอบในน้ำอัด ลม
มีตัวอย่างวิธีการตรวจสอบดังนี้
1. ตรวจสอบหาคาร์โบไฮเดรตหรือสารประเภทแป้งในน้ำอัดลม โดยใช้สารละลายไอโอดีน จาก
การตรวจสอบพบว่า น้ำอัดลมไม่มีสารประเภทแป้ง เนื่องจากไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไอโอดีน
2. ตรวจสอบหาคาร์โบไฮเดรตหรือสารประเภทน้ำตาลในน้ำอัดลม โดยใช้สารละลายเบเนดิกต์ จาก
การตรวจสอบพบว่า น้ำอัดลมไม่มีส่วนประกอบของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยว
3. ตรวจสอบหาโปรตีนในน้ำอัดลม โดยใช้สารละลายไบยูเรต จากการตรวจสอบพบว่า น้ำอัดลมไม่
มีสารประเภทโปรตีน เนื่องจากไม่ทำปฏิกิริยากับสารละลายไบยูเรต
4. ตรวจสอบหากรดคาร์บอนิกในน้ำอัดลม โดยใส่หินปูนลงไปในน้ำอัดลม จากการตรวจสอบ
พบว่า ในน้ำอัดลมมีกรดคาร์บอนิกเนื่องจากสามารถกัดกร่อนหินปูนได้
สมบัติทั่วไปของน้ำอัดลม
ค่า pH หรือค่าความเป็นกรด – เบสของน้ำอัดลมมีค่าประมาณ 3.4 ค่า pH ระดับนี้ แสดงว่า
น้ำอัดลมมีสมบัติเป็นกรด ซึ่งสามารถทำให้กระดูกและฟันผุกร่อนได้
ผลของการบริโภคน้ำอัดลมต่อร่างกาย
1. บางคนที่ชอบดื่มน้ำอัดลมหลังอาหาร จะเกิดผลต่อร่างกาย คือเนื่องจากเอนไซม์ย่อยอาหารจะ
ทำงานได้ดีที่ระดับอุณหภูมิ 37 องศาเซลเซียส แต่อุณหภูมิของน้ำอัดลมแช่เย็นจะต่ำกว่านี้มาก ซึ่ง
ความเย็นขนาดนี้จะทำให้เอนไซม์เจือจาง และระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ อาหารที่เราทาน
เข้าไปก็จะไม่ถูกย่อย และยังหมักหมมจนเกิดแก๊สและของเสียที่จะกลายเป็นพิษต่อร่างกายได้
2. ถ้าดื่มน้ำอัดลมในเวลาที่ใกล้จะถึงเวลารับประทานอาหาร หรือในระหว่างรับประทานอาหาร จะ
ทำให้อิ่มและทานอาหารได้น้อยลง ซึ่งจะส่งผลให้ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติได้
3. แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ที่อัดในน้ำอัดลมที่เกิดเป็นกรดคาร์บอนิก เป็นกรดที่ทำให้เกิดการ
อักเสบของเยื่อบุกระเพาะอาหาร อาจเกิดอาการปวดท้อง ทำให้ท้องอืด และปวดท้องเนื่องจากเกิด
แก๊สในกระเพาะอาหาร และจากสภาวะที่เป็นกรดของน้ำอัดลมทำให้ไม่เหมาะสำหรับผู้ที่เป็นโรค
กระเพาะอาหารด้วย ดังนั้นผู้ที่ป่วยเป็นโรคกระเพาะอาหารควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำอัดลม
4. น้ำอัดลมมีรสหวานของน้ำตาล ถ้าดื่มมากจะเกิดการสะสม ทำให้เกิดโรคอ้วนได้ และรสหวนยัง
จะทำให้ติดได้ง่าย ดังนั้นถ้าดื่มน้ำอัดลมมากและรับประทานอาหารอื่นน้อย จะทำให้ขาดสมดุล
ทางโภชนาการ ที่สำคัญคือ ในเด็กถ้าปล่อยให้ดื่มแต่น้ำอัดลมโดยไม่ได้ดูแลให้รับประทานอาหาร
ให้ครบตามหลักโภชนาการและครบตามหมู่ อาจทำให้เด็กขาดสารอาหารได้ และความหวานของ
น้ำอัดลมจะเป็นอาหารของเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุทำให้ฟันผุได้
5. คาเฟอีนในน้ำอัดลม เป็นสารกระตุ้นประสาทที่ มีฤทธิ์ในการกระตุ้นระบบประสาทส่วนกลาง ทำ
ให้ร่างกายเกิดความตื่นตัวและลดความง่วงลง แต่ต้องได้รับในปริมาณน้อยเท่านั้น และคาเฟอีนมี
ผลต่อการขับแคลเซียมออกทางปัสสาวะเพิ่มขึ้น ทำให้มีโอกาสสูญเสียแคลเซียมจากร่างกาย และ
ผลจากฟอสเฟตสูงในน้ำอัดลม ทำให้ระดับแคลเซียมในร่างกายต่ำลงได้อีกด้วย
การบริโภคน้ำอัดลมที่ถูกต้อง
จากที่กล่าวมานั้นส่วนใหญ่จะเป็นโทษจากการดื่มน้ำอัดลม แต่ปัจจุบันก็ยังมีการผลิต
น้ำอัดลมอยู่ เนื่องจากจริงๆ แล้วน้ำอัดลมก็ยังมีประโยชน์อยู่บ้างคือ ให้ความสดชื่นแก่ร่างกาย ดื่มแล้ว
จะรู้สึกกระปรี้กระเปร่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงอากาศร้อนๆ อย่างบ้านเรา เนื่องจากในน้ำอัดลมมี
คาเฟอีนสกัดปริมาณเล็กน้อยผสมอยู่ และที่สำคัญน้ำอัดลมยังให้พลังงานแก่ร่างกายเนื่องจากใน
น้ำอัดลมมีน้ำตาลอยู่ ซึ่งร่างกายสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานได้ แต่จุดอ่อนของน้ำอัดลมก็คือได้
พลังงานเพียงอย่างเดียว โดยไม่มีสารอาหารอื่น ๆ ที่มีประโยชน์ต่อร่างกายอีก เรียกว่าพลังงานที่ว่าง
เปล่า หรือ Empty calories ปริมาณพลังงานที่ให้ต่อ 1 หน่วยบริโภคของน้ำอัดลมบรรจุกระป๋อง ความ
จุ 325 มิลลิลิตร จะให้พลังงานประมาณ140 -250 กิโลแคลอรี ขึ้นกับปริมาณน้ำตาลที่เติมในแต่ละยี่ห้อ
ถ้า ต้องการจะดื่มน้ำอัดลมจึงควรมีการบริโภคที่ถูกต้องนั่นก็คือ หลังจากที่ดื่มน้ำอัดลมแล้ว
ควรบ้วนปากหรือแปรงฟันด้วยเสมอ เพื่อเป็นการป้องกันฟันผุ และไม่ควรดื่มน้ำอัดลมระหว่าง
รับประทานอาหารมื้อหลัก หรือถ้าดื่มน้ำอัดลมก็ควรดื่มในปริมาณน้อย และรับประทานอาหารให้
มากกว่าการดื่มน้ำอัดลม และที่สำคัญไม่ควรดื่มน้ำอัดลมในปริมาณมากเกินไป ควรหันมาดื่มน้ำผลไม้
นม หรือน้ำเปล่าแทน นอกจากจะทำให้ร่างกายสดชื่นขึ้นแล้ว ยังทำให้ร่างกายแข็งแรง และมี
ประโยชน์กับร่างกายอีกด้วย

 

ขอบคุณที่มา : http://nanapai.blogspot.com/2010/06/blog-post_19.html

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=9388
 เนื้อหา :ประเภทของน้ำอัดลม

ความคิดเห็นของคุณ เกี่ยวกับบทความนี้

เช่ารถตู้
วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ
ทุกวันนี้สาวๆหนุ่มๆก็ต้องการที่จะมีผิวหน้าหรือผิวพรรณที่สดใสปราศจากริ้วรอยซึ่งเห็นได้จากแหล่งโซเชียลต่างๆที่มีโฆษณาครีมห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 771 ครั้ง
5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว 5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว
การออกกำลังกายให้กับผม รากผม วิธีนี้เป็นวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเส็นผมของคนเราถูกยึดติดกับหนังศรีษะด้วยรากผม เรา...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 495 ครั้ง
การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง
หลายคนที่มักจะละเลยการแปรงฟัน โดยหารู้ไม่ว่าความสะอาดในช่องปากนั้นก็มีส่วนสำคํย เพราะมันอาจส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นได้ โดย...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 273 ครั้ง
แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก
ผลไม้ชนิดนี้ใคร ๆ ก็ย่อมรู้จักกันดี เป็นราชาของผลไม้ที่ทำให้ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด นั่นก็คือ “แอปเปิ้ล” ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 426 ครั้ง
สรรพคุณของมะนาว สรรพคุณของมะนาว
มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่จะมีกี่คนที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆ นั้นมีประโยชน์ในการรักษาโ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 455 ครั้ง
เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ
เห็ด ก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดยอดเยี่ยมที่เราๆรู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้วและยังเป็นที่นิยมในสังคมไทยอีกด้วย ซึ่งเห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 297 ครั้ง
 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน
โดยปกติแล้ว ผลไม้นั้นกินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ พอดี เพราะผลไม้บางชนิดนั้...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 554 ครั้ง
8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น 8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น
เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่แล่น ลองมาดูวิธีการบริหารสมองอย่างง่าย เพื่อความสดใส กระตุ้นความคิดแจ่มใสระหว่างวันกัน.....
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 383 ครั้ง
ดูทั้งหมด >>
กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
การเกษตร และปศุสัตว์
การศึกษา อบรมสัมนา
กีฬา อุปกรณ์
ของเล่น งานอดิเรก
ของสะสม ของเก่า
ขายตรง ประกันฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คอมพิวเตอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
ดนตรี
ต้นไม้ การจัดสวน
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
นัดพบแรงงาน
เฟอร์นิเจอร์
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
แม่และเด็ก
รถยนต์ ยานพาหนะ
วีดีโอเกมส์
ศิลปะและหัตถกรรม
สัตว์เลี้ยง
สำนักกฏหมาย/ทนาย
สำนักงานบัญชี
สุขภาพและความงาม
เสื้อผ้า แฟชั่น
หนัง เพลง
หนังสือ เครื่องเขียน
อสังหาริมทรัพย์
อาหารและเครื่องดื่ม
อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
อื่นๆ จิปาถะ...
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!