โฆษณา
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

ข้าวโพดหวาน
Bookmark and Share

บทความน่ารู้ เรื่องข้าวโพดหวาน
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

          ข้าวโพดหวาน อยู่ใน ตระกูล Gramineae ซึ่งเป็นตระกูลเดียวกับหญ้าหรือข้าว มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Zeamays Line var. rugasa หรือ saccharata ข้าวโพดหวานมีคุณประโยชน์มากมาย นอกจากจะใช้รับประทานเป็นผักสดแล้ว ยังสามารถนำไปแปรรูปได้หลาย รูปแบบ เช่น ข้าวโพดหวานบรรจุึกระป๋องทั้งฝัก หรือบรรจุกระป๋องเฉพาะเมล็ด ทำครีมข้าวโพดหวาน ข้าวโพดแช่แข็ง ซึ่งผลิตภัณฑ์ ต่างๆ เหล่านี้ สามารถส่งไปจำหน่ายยังตลาดต่างประเทศ เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี จีน และกลุ่มประเทศในแถบยุโรป

สภาพแวดล้อมที่เหมาะสม 
          • ดินร่วน ดินร่วนเหนียวปนทราย หรือดินร่วนปนทราย 
          • ความอุดมสมบูรณ์สูงมีปริมาณอินทรียวัตถุไม่น้อยกว่า 1.5 เปอร์เซ็นต์ ฟอสฟอรัสที่เป็นประโยชน์มากกว่า 10 ส่วนในล้านส่วน และโพแทสเซียมที่แลกเปลี่ยนได้ไม่น้อยกว่า 40 ส่วนในล้านส่วน 
          • การระบายน้ำและถ่ายเทอากาศดี 
          • ระดับหน้าดินลึก 25 - 30 เซนติเมตร 
          • ค่าความเป็นกรดด่างระหว่าง 5.5 - 6.8
          • อุณหภูมิที่เหมาะสมต่อการเจริญเติบโต 24 - 35 องศาเซลเซียส 
          • ปริมาณน้ำฝนกระจายสม่ำเสมอ 1,000-1,200 มิลลิเมตรต่อปี

การเลือกพันธุ์
          ผลผลิตมีคุณภาพมาตรฐานตรงตามที่โรงงานหรือตลาดต้องการเจริญเติบโตดีเหมาะกับสภาพดินฟ้าอากาศ

 พันธุ์ที่นิยมปลูก

พันธุ์ลูกผสม 
          • เป็นพันธุ์ที่นิยมปลูกมากกว่าพันธุ์ผสมเปิด มีลักษณะทางการเกษตรสม่ำเสมอ ได้แก่ ขนาดฝัก ความสูงฝัก ความสูงต้น อายุถึงวันออกไหมและเก็บเกี่ยว ให้ผลผลิตและคุณภาพสูงกว่าพันธุ์ผสมเปิดเป็นที่ต้องการของโรงงานอุตสาหกรรมแปรรูป และบริโภคฝักสด 
          • ไม่สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ได้ 
          • พันธุ์ที่นิยมปลูกในประเทศไทยมี 2 ชนิด คือ ข้าวโพดหวานที่มียีนบริทเทิลควบคุมความหวาน ได้แก่ พันธุ์เอที เอส-2 หรือชูการ์ 74 และข้าวโพดหวานที่มียีนชรังเค่นควบคุมความหวาน เช่น พันธุ์ชูการ์ 73 ไฮ-บริกซ์ 10 และอินทรี 2 เป็นต้น โดยมีส่วนแบ่งการตลาดใกล้เคียงกัน 
          • ไม่ควรนำข้าวโพดหวานที่มียีนทั้งสองชนิดมาปลูกในบริเวณใกล้เคียงกันเพราะจะเกิดการผสมข้ามพันธุ์ทำให้เมล็ดไม่มี ความหวาน ตลาดไม่ยอม-รับ 
          • พันธุ์ที่นิยมปลูก มีเมล็ดสีเหลือง สามารถเก็บเกี่ยวได้เมื่อ 18–20 วันหลังออกไหม 50 เปอร์เซ็นต์ ได้แก่

พันธุ์ผสมเปิด ลักษณะทางการเกษตรไม่สม่ำเสมอ เมื่อเปรียบเทียบกับพันธุ์ลูกผสม 
          • สามารถเก็บเมล็ดไว้ทำพันธุ์ต่อได้ 2-3 รุ่น โดยปลูกห่างจากพันธุ์อื่นไม่น้อยกว่า 300 เมตร หรือทิ้งช่วงการปลูกจาก พันธุ์อื่นไม่น้อยกว่า 21 วัน แล้วคัดเลือกฝักที่มีลักษณะตรงตามพันธุ์อย่างน้อย 200 ต้นต่อไร่ 
          • พันธุ์ที่นิยมปลูกในปัจจุบัน มี 1 พันธุ์

ฤดูปลูก
• ปลูกได้ตลอดทั้งปี ถ้ามีแหล่งน้ำเพียงพอสำหรับใช้เมื่อจำเป็น
• ช่วงปลูกที่ผลผลิตสูงและคุณภาพดี ควรอยู่ในฤดูหนาวระหว่างเดือนพฤศจิกายนถึงมกราคม หรือต้นฤดูฝนระหว่างเดือนพฤษภาคมถึงกรกฎาคม

 การเตรียมดิน
         
• ปลูกบนพื้นราบ ไถด้วยผาลสาม 1 ครั้ง ลึก 20-30 เซนติเมตร ตากดิน 7-10 วัน พรวนด้วยผาลเจ็ด 1 ครั้ง แล้วยกร่องปลูก
สูง 25-30 เซนติเมตร ถ้าปลูกเป็นแถวเดี่ยว ให้มีระยะระหว่างร่อง 75 เซนติเมตร ถ้าปลูกเป็นแถวคู่ ให้มีระยะระหว่างร่อง
120 เซนติเมตร 
          • ปลูกบนร่องสวน เป็นการปลูกบนร่องสวนกว้าง 4-5 เมตร ตามความยาวของพื้นที่ โดยใช้จอบหรือรถไถเดินตาม เปิดหน้าดิน
ลึก 15-20 เซนติเมตร ตากดิน 7-10 วัน ย่อยดินด้วยแรงงาน 
          • ปรับระดับดินให้สม่ำเสมอ แล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัวและไหลของวัชพืชข้ามปี ออกจากแปลง 
          • วิเคราะห์ดินก่อนปลูก 
          • ถ้าดินมีค่าความเป็นกรดด่างต่ำกว่า 5.5 ให้หว่านปูนขาวอัตรา 100-200 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วพรวนกลบ 
          • ถ้าดินมีอินทรียวัตถุต่ำกว่า 1.5 ก่อนพรวนดิน ให้ใส่ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอกที่ย่อยสลายดีแล้ว อัตรา 500-1,000 กิโลกรัมต่อไร่ หรือหว่านพืชบำรุงดิน เช่นถั่วเขียวอัตรา 5 กิโลกรัมต่อไร่ แล้วไถกลบในระยะติดฝักหรือหลังเก็บเกี่ยวผลผลิตของพืชบำรุงดิน 

วิธีการปลูก
          • ก่อนปลูกทุกครั้ง ต้องคลุกเมล็ดพันธุ์ ด้วยสารป้องกันกำจัดโรคราน้ำค้าง ตามคำแนะนำ

ปลูกบนพื้นราบ
         
• เมล็ดพันธุ์ที่มีความงอกสูงกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ ให้หยอด 1 เมล็ดต่อหลุม ใช้เมล็ดพันธุ์ 1.0-1.5 กิโลกรัมต่อไร่ ถ้าเมล็ดพันธุ์มี
ความงอกต่ำกว่า 85 เปอร์เซ็นต์ควรหยอดเมล็ด 1-2 เมล็ดต่อหลุม ใช้เมล็ดพันธุ์ 1.5-2.0 กิโลกรัมต่อไร่ 
          • อัตราปลูกที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคฝักสดประมาณ 8,500 ต้นต่อไร่ สำหรับอุตสาหกรรมแปรรูป 8,500-11,000 ต้นต่อไร่ 
          • ถ้าปลูกเป็นแถวเดี่ยว ใช้ระยะระหว่างหลุม 25 เซนติเมตร หรือ ถ้าปลูกเป็นแถวคู่ ให้ปลูกข้างสันร่องแบบสลับฟันปลา ใช้ระยะระหว่างหลุม 25-30 เซนติเมตร 
          • เมื่อข้าวโพดหวานมีอายุประมาณ 14 วัน ถอนแยกให้เหลือหลุมละ 1 ต้น

ปลูกบนร่องสวน
         
• ระยะปลูก 50x50 เซนติเมตร ทำหลุมปลูกลึก 3-5 เซนติเมตร หยอดเมล็ดจำนวน 2-3 เมล็ดต่อหลุม แล้วกลบด้วยดิน 
          • เมื่อข้าวโพดหวานมีอายุประมาณ 14 วัน ถอนแยกให้เหลือ 2 ต้นต่อหลุม จำนวน 6,500-8,500 ต้นต่อไร่ 

การดูแลรักษา

การให้ปุ๋ย

          • ถ้าดินมีอินทรียวัตถุ ฟอสฟอรัส และโพแทสเซียมต่ำกว่า ตามที่ระบุไว้ในข้อ 1.2 ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 16-20-0 สำหรับดินร่วนหรือดินร่วนเหนียวปนทรายและสูตร 15-15-15 สำหรับดินร่วนปนทราย อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ รองก้นร่องพร้อมปลูก 
          • เมื่อข้าวโพดหวานอายุ 20 วัน ให้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 50 กิโลกรัมต่อไร่ หรือสูตร 21-0-0 อัตรา 100 กิโลกรัมต่อไร่ โรยข้างต้นหรือข้างแถว แล้วพรวนกลบ 
          • ในกรณีที่มีการระบายน้ำดี แต่ข้าวโพดหวานมีลักษณะต้นเตี้ยและใบเหลือง ควรให้ปุ๋ยเคมีสูตร 46-0-0 อัตรา 25 กิโลกรัมต่อไร่ เมื่อข้าวโพดหวานอายุ 40-45 วัน

การให้น้ำ
          • ให้น้ำบนพื้นราบ 
          • สามารถให้น้ำทั้งแบบตามร่อง หรือแบบพ่นฝอย แต่การให้น้ำแบบพ่นฝอย จะประหยัดกว่าการให้น้ำตามร่อง 
          • การให้น้ำแบบพ่นฝอย ควรให้ 7-10 วัน ตลอดฤดูปลูก 
          • การให้น้ำตามร่อง ควรให้น้ำสูงถึงระดับเศษ 3 ส่วน 4 ของร่อง เพื่อให้เมล็ดงอกสม่ำเสมอ หลังจากนั้นให้น้ำทุก 3-5 วัน สำหรับดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายหรือ 7-10 วัน สำหรับดินร่วนเหนียวปนทราย ไม่ควรปล่อยให้น้ำท่วมขังในแปลงนานเกิน 24 ชั่วโมง เพราะข้าวโพดหวานจะชะงักการเจริญเติบโตและผลผลิตลดลง 
          • ให้น้ำบนร่องสวน 
          • ให้น้ำโดยการตักน้ำสาด หรือใช้เครื่องสูบน้ำวางในเรือขนาดเล็ก สูบน้ำในร่อง 
          • ควรให้น้ำทันทีหลังปลูก และหลังให้ปุ๋ยทุกครั้ง 
          • ถ้าใบข้าวโพดหวานเหี่ยวหรือม้วนในช่วงเช้าหรือเย็น แสดงว่าขาดน้ำ ต้องให้น้ำทันที ควรระวังอย่าให้ขาดน้ำในช่วงผสมเกสร และติดเมล็ด เพราะจะทำผลผลิตลดลงมาก 

ศัตรูและการป้องกันกำจัด

โรคที่สำคัญและการป้องกันกำจัด 
          •โรคราน้ำค้างหรือโรคใบลายทำให้ยอดมีข้อถี่ต้นแคระแกร็นใบเป็นทางสีขาวเขียวอ่อนหรือเหลืองอ่อนไปตามความยาวของใบ พบผงสปอร์สีขาว เป็นจำนวนมากใต้ใบในเวลาเช้ามืดของคืนที่มีฝนตกและอากาศค่อนข้างเย็น ถ้าระบาดรุนแรงต้นจะแห้งตายแต่ถ้าต้นอยู่รอดจะไม่ออกฝัก หรือติดฝักแต่ไม่มีเมล็ด เชื้อราติดไปกับเมล็ด สปอร์ปลิวไปตามลม และน้ำ 
          • โรคใบไหม้แผลเล็ก ระยะแรกเกิดจุดเล็กๆ สีเขียวอ่อนฉ่ำน้ำ ต่อมาแผลขยายไปตามเส้นใบเกิดเป็นแผลไหม้ บริเวณกลางแผลมีสีเทา ขอบแผลสีน้ำตาล ขนาดของแผลไม่แน่นอนส่วนใหญ่เกิดกับใบล่าง เชื้อราติดไปกับเมล็ด สปอร์ปลิวไปตามลมและน้ำ
          • โรคราสนิม ระยะแรกพบเป็นแผลจุดนูนสีน้ำตาลแดง ขนาด 0.2-1.3 มิลลิเมตร ต่อมาแผลจะแตกเห็นเป็นผงสีสนิม ถ้าระบาดรุนแรงจะทำให้ใบแห้งตาย

แมลงศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
          หนอนเจาะลำต้นข้าวโพด เจาะเข้าทำลายส่วนยอด ช่อดอกตัวผู้ และลำต้น ทำให้ต้นชะงักการเจริญเติบโต หักล้มง่าย เมื่อมีการระบาดรุนแรงจะเข้าทำลายฝัก พบการทำลายในแหล่งปลูกทั่วประเทศ โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และลพบุรี

          หนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกัดกินเส้นไหมและเจาะเข้าไปอาศัยกัดกินปลายฝัก ทำให้คุณภาพฝักเสียหาย พบการทำลายในแหล่งปลูกทั่วประเทศระยะข้าวโพดหวานเริ่มออกดอกตัวผู้ โดยเฉพาะในจังหวัดราชบุรี กาญจนบุรี อุทัยธานี และลพบุรี

          เพลี้ยอ่อนข้าวโพด ตัวอ่อนและตัวเต็มวัยดูดกินน้ำเลี้ยงจากยอด ใบอ่อน ช่อดอกตัวผู้ ปลายไหม และฝัก ทำให้การติดเมล็ดไม่สมบูรณ์ ฝักลีบ ถ่ายมูลหวานทำให้เกิดราดำ คุณภาพฝักลดลง ถ้าพบการระบาดรุนแรงในระยะข้าวโพดหวานมีช่อดอกตัวผู้ ควรพ่นสารคาร์บาริล (85% ดับบลิวพี) 50 กรัม/น้ำ 20 ลิตรและ ไบเฟนทริน (10% อีซี) 20 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

          มอดดิน กัดกินใบตั้งแต่เริ่มงอกถึงอายุประมาณ 14 วัน ทำให้ต้นอ่อนตาย หรือชะงักการเจริญเติบโต ต้นที่รอดตายจะเก็บเกี่ยวได้ ล่าช้า ระบาดในพื้นที่เป็นดินร่วนปนทราย ควรคลุกเมล็ดก่อนปลูกด้วย อิมิดาโคลพริด (70% ดับบลิวเอส) 5 กรัม / เมล็ด 1 กิโลกรัม

          หนอนกระทู้หอม หนอนกัดกินทุกส่วนในระยะต้นอ่อน จะทำความเสียหายรุนแรงเมื่อหนอนมีความยาวตั้งแต่ 2 เซนติเมตร พบระบาดมากในแหล่งปลูกจังหวัดราชบุรี และนครปฐม ควรพ่นสารนิวเคลียร์โพลีฮีโดรซิสไวรัส 20-30 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร และเบตาไซฟลูทริน (2.5%อีซี) 40 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร

สัตว์ศัตรูที่สำคัญและการป้องกันกำจัด
         
หนู ทำลายมากตั้งแต่เริ่มเป็นฝักอ่อนจนถึงเก็บเกี่ยว สกุลหนูพุกกัดโคนต้นให้ล้มแล้วกัดกินฝักอ่อน สกุลหนูท้องขาว เช่น
หนูบ้านท้องขาว หนูนาใหญ่ หนูนาเล็ก และสกุลหนูหริ่งปีนกัดแทะฝักอ่อนบนต้น

การป้องกันกำจัดวัชพืช
         
• ไถ 1 ครั้ง ตากดิน 7-10 วัน พรวนดิน แล้วคราดเก็บเศษซาก ราก เหง้า หัว และไหลของวัชพืชข้ามปีออกจากแปลง 
          • กำจัดวัชพืชระหว่างแถวปลูกด้วยแรงงาน หรือเครื่องจักรกล เมื่อข้าวโพดหวานอายุประมาณ 20 วัน และ 45 วัน 
          • ในกรณีกำจัดวัชพืชด้วยแรงงานหรือเครื่องจักรกลไม่มีประสิทธิภาพเพียงพอ ควรพ่นสารกำจัดวัชพืช 

การเก็บเกี่ยว 
          • เก็บเกี่ยว18-20 วันหลังออกไหม 50 เปอร์เซ็นต์ 
          • สังเกตจากสีของไหมจะเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม 
          • เมื่อฉีกเปลือกข้าวโพดฝักบนสุด เมล็ดจะมีสีเหลืองอ่อน ถ้าใช้เล็บกดที่เมล็ดปลายฝักจะมีน้ำนมไหลออกมาแสดงว่า
อีกสองวันจะต้องเก็บเกี่ยว 
          • ในกรณีที่ปลูกข้าวโพดหวานพันธุ์ผสมเปิด ซึ่งจะออกไหมไม่พร้อมกัน ต้องทะยอยเก็บเกี่ยว 2-3 ครั้ง และควรเก็บเกี่ยวฝักให้แล้วเสร็จภายใน 5–7 วัน 
          • การเก็บข้าวโพดหวานก่อนหรือหลังช่วงที่เหมาะสมเพียง 1 – 2 วัน จะทำให้คุณภาพของฝักไม่ได้มาตรฐานตามที่ตลาด
และโรงงานอุตสาหกรรมต้องการ 
          • ใช้มือหักฝักสดให้ถึงบริเวณก้านฝักที่ติดลำต้น

การปฏิบัติหลังการเก็บเกี่ยว
          • หลังเก็บเกี่ยวให้รีบนำฝักข้าวโพดหวานเข้าในที่ร่ม ไม่ให้ถูกแสงแดดโดยตรง 
          • ไม่ควรกองสุมฝักข้าวโพดหวานสูงเกินไป ควรมีการถ่ายเทอากาศภายในกอง 
          • สำหรับการขนส่งในระยะทางไกลที่ใช้เวลาขนส่งนานกว่า 3 ชั่วโมง ควรมีปล่องท่อเอสลอนขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 15 เซนติเมตร ยาว 3-4 เมตร เจาะรูโดยรอบตลอดท่อขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 2 เซนติเมตร หรือใช้หวาย สานหรือไม้ไผ่ ผ่าซีกประกอบเป็นท่อโปร่งทำเป็นปล่องเสียบไว้ตรงกลางกองข้าวโพดหวานจำนวน 2-3 อัน เพื่อช่วย ระบายความร้อนและถ่ายเทอากาศ

 

 

ที่มาจาก : doae.go.th/library

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=4638
 เนื้อหา :ข้าวโพดหวาน

ความคิดเห็นของคุณ เกี่ยวกับบทความนี้

เช่ารถตู้
วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ
ทุกวันนี้สาวๆหนุ่มๆก็ต้องการที่จะมีผิวหน้าหรือผิวพรรณที่สดใสปราศจากริ้วรอยซึ่งเห็นได้จากแหล่งโซเชียลต่างๆที่มีโฆษณาครีมห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 925 ครั้ง
5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว 5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว
การออกกำลังกายให้กับผม รากผม วิธีนี้เป็นวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเส็นผมของคนเราถูกยึดติดกับหนังศรีษะด้วยรากผม เรา...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 601 ครั้ง
การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง
หลายคนที่มักจะละเลยการแปรงฟัน โดยหารู้ไม่ว่าความสะอาดในช่องปากนั้นก็มีส่วนสำคํย เพราะมันอาจส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นได้ โดย...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 303 ครั้ง
แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก
ผลไม้ชนิดนี้ใคร ๆ ก็ย่อมรู้จักกันดี เป็นราชาของผลไม้ที่ทำให้ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด นั่นก็คือ “แอปเปิ้ล” ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 491 ครั้ง
สรรพคุณของมะนาว สรรพคุณของมะนาว
มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่จะมีกี่คนที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆ นั้นมีประโยชน์ในการรักษาโ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 528 ครั้ง
เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ
เห็ด ก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดยอดเยี่ยมที่เราๆรู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้วและยังเป็นที่นิยมในสังคมไทยอีกด้วย ซึ่งเห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 332 ครั้ง
 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน
โดยปกติแล้ว ผลไม้นั้นกินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ พอดี เพราะผลไม้บางชนิดนั้...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 643 ครั้ง
8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น 8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น
เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่แล่น ลองมาดูวิธีการบริหารสมองอย่างง่าย เพื่อความสดใส กระตุ้นความคิดแจ่มใสระหว่างวันกัน.....
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 437 ครั้ง
ดูทั้งหมด >>
กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
การเกษตร และปศุสัตว์
การศึกษา อบรมสัมนา
กีฬา อุปกรณ์
ของเล่น งานอดิเรก
ของสะสม ของเก่า
ขายตรง ประกันฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คอมพิวเตอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
ดนตรี
ต้นไม้ การจัดสวน
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
นัดพบแรงงาน
เฟอร์นิเจอร์
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
แม่และเด็ก
รถยนต์ ยานพาหนะ
วีดีโอเกมส์
ศิลปะและหัตถกรรม
สัตว์เลี้ยง
สำนักกฏหมาย/ทนาย
สำนักงานบัญชี
สุขภาพและความงาม
เสื้อผ้า แฟชั่น
หนัง เพลง
หนังสือ เครื่องเขียน
อสังหาริมทรัพย์
อาหารและเครื่องดื่ม
อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
อื่นๆ จิปาถะ...
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
ผลิตสินค้าผ้าไหม
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!