โฆษณา
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

การปลูกและการดูแลกล้วย
Bookmark and Share

บทความน่ารู้ เรื่องการปลูกและการดูแลกล้วย
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน


          การปลูกและการดูแลกล้วย โดย รองศาสตราจารย์เบญจมาศ ศิลาย้อย

          กล้วยเป็นพืชที่ชอบอากาศร้อนชื้น ซึ่งเหมาะกับการปลูกในประเทศไทย  ถ้าหากอุณหภูมิต่ำกว่า ๑๔ องศาเซลเซียส  กล้วยจะชะงักการเจริญเติบโต  หรือมีการเติบโตช้าลง  รวมทั้งการออกดอกและติดผลจะช้าด้วย อนึ่งกล้วยเป็นพืชที่มีแผ่นใบใหญ่  ดังนั้นจึงไม่ค่อยทนต่อแรงลม  เพราะใบจะต้านลม ทำให้ใบแตกได้  ถ้าหากใบแตกมากจนเป็นฝอย จะทำให้มีการสังเคราะห์อาหารได้น้อย ต้นไม่เจริญเท่าที่ควร ดังนั้นถ้าพื้นที่ที่มีลมแรงมาก  ควรปลูกต้นไม้อื่นทำเป็นแนวกันลมให้ต้นกล้วย

          ดินที่เหมาะสำหรับการปลูกกล้วย คือ  ดินตะกอนธารน้ำที่ชาวบ้านเรียกว่า “ดินน้ำไหลทรายมูล” ซึ่งเป็นดินร่วนที่มีความอุดมสมบูรณ์ มีการระบายน้ำ และการหมุนเวียนอากาศดี  ถ้าดินเป็นดินเหนียว ควรใส่ปุ๋ยคอก จะทำให้ดินร่วนโปร่งขึ้น
 
          ระยะปลูก
          กล้วยเป็นพืชที่มีใบยาว หากปลูกในระยะใกล้กันมาก  อาจทำให้ใบเกยกัน  หรือซ้อนกัน  ทำให้ได้รับแสงแดดไม่เพียงพอ  และดูแลลำบาก  การกำหนดระยะปลูกจึงควรคำนึงถึงเรื่องแสงแดด  ความอุดมสมบูรณ์ของดิน และความต้องการของผู้ปลูกว่าต้องการปลูกกล้วยเพื่อเก็บเกี่ยวกี่ครั้ง  หากต้องการเก็บเกี่ยวเพียงครั้งเดียวก็อาจปลูกถี่ได้  แต่ถ้าต้องการเก็บเกี่ยวหลายๆ  ครั้ง  ต้องปลูกให้ห่างกันเพื่อมีพื้นที่สำหรับการแตกหน่อ การปลูกกล้วยระยะต่างๆ กัน จะได้จำนวนต้นมากน้อย  ดังแสดงในตารางที่ ๑

ตารางที่ ๑ แสดงจำนวนต้นที่ปลูกได้ในพื้นที่ ๑ ไร่ เมื่อปลูกกล้วยระยะต่างๆ กัน
 ระหว่างแถว x ระหว่างต้น (เมตร) จำนวนต้น
                ๑ x ๓    ๕๓๐
             ๑.๕ x ๓    ๓๓๐
                ๒ x ๓    ๒๖๐
                ๒ x ๔    ๒๐๐
                ๓ x ๓    ๑๗๕
                ๔ x ๔    ๑๐๐

          การปลูก
          ขุดหลุมให้มีขนาดความกว้าง ๕๐ เซนติเมตร ลึก ๕๐ เซนติเมตร  นำดินที่ขุดได้กองตากไว้ ๕ - ๗ วัน หลังจากนั้นเอาดินชั้นบนที่ตากไว้ลงไปก้นหลุม ใส่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักที่สลายตัวแล้ว ให้สูงขึ้นมาประมาณ  ๒๐ เซนติเมตร  คลุกเคล้าปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมักกับดินชั้นบนที่ใส่ลงไป แล้วจึงเอาหน่อกล้วยที่เตรียมไว้ วางที่ตรงกลางหลุม  เอาดินล่างกลบ  รดน้ำ  และกดดินให้แน่น  ยอดของหน่อควรสูงกว่าระดับดินประมาณ  ๑๐ เซนติเมตร  ควรหันรอยแผลของหน่อให้อยู่ในทิศทางเดียวกัน เพราะเมื่อโตเต็มที่และติดผล ผลจะเกิดในทิศทางที่ตรงกันข้ามกับรอยแผล และอยู่ในทิศทางเดียวกัน  เพื่อสะดวกในการทำงาน  แต่หากเป็นต้นที่เกิดจากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อ จะไม่มีทิศทางของรอยแผล ในการวางต้นจึงจำเป็นต้องมีทิศทาง
          ถ้าหากพื้นที่นั้นเป็นดินเหนียว  ควรทำการยกร่อง จะได้ระบายน้ำ และปลูกบนสันร่องทั้ง ๒ ข้าง และเพื่อให้การปฏิบัติงาน ทำได้ง่าย  ควรวางหน่อให้กล้วยออกเครือไปทางกลางร่อง
 
          การกำจัดหน่อ
          เมื่อต้นกล้วยมีอายุได้  ๔ - ๖  เดือน จะเริ่มมีการแตกหน่อ  หน่อที่เกิดมาเรียกว่า หน่อตาม (follower) กล้วยบางพันธุ์ที่มีหน่อมาก  ควรเอาหน่อออกบ้าง เพื่อมิให้หน่อแย่งอาหารจากต้นแม่  ควรเก็บหน่อไว้  ๑ - ๒  หน่อ  เพื่อให้เป็นตัวพยุงต้นแม่เมื่อมีลมแรง  และเพื่อเก็บเกี่ยวผลผลิตในปีต่อไป  วิธีการกำจัดหน่ออาจใช้เสียมที่คมหรือมีดแซะลงไป  หรือใช้มีดตัด  หรือคว้านหน่อที่อยู่เหนือดิน  แล้วใช้น้ำมันก๊าด หรือสารกำจัดวัชพืชหยอดที่บริเวณจุดเจริญ  เพื่อไม่ให้มีการเจริญเป็นต้น  แต่ไม่ควรแซะหน่อในระหว่างการออกดอก  เพราะต้นอาจกระทบกระเทือนได้

          นอกจากการกำจัดหน่อแล้ว  ควรตัดใบที่แห้งออก เพราะถ้าทิ้งไว้อาจเป็นแหล่งสะสมโรคใน ๑ ต้น ควรเก็บใบไว้ประมาณ  ๗ - ๑๒ ใบ
 
          การให้ปุ๋ย
          กล้วยเป็นพืชที่ต้องการธาตุอาหารมาก  การติดผลจะมากหรือน้อย ขึ้นอยู่กับอาหารและน้ำที่ได้รับ  ดังนั้นควรบำรุงโดยใส่ปุ๋ย  ทั้งปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก  และปุ๋ยเคมี  ตั้งแต่เริ่มปลูก ในระยะแรกควรให้ปุ๋ยที่มีไนโตรเจนมากในช่วง ๒ เดือนแรก โดยให้ปุ๋ยยูเรียเดือนละครั้ง และเดือนที่ ๓  และ ๔ ให้ปุ๋ยสูตร ๑๕ - ๑๕ - ๑๕   ต้นละ ๑-๒ กิโลกรัม  ส่วนในเดือนที่ ๕  และ  ๖ ให้  ใส่ปุ๋ยสูตร ๑๓ - ๑๓ - ๒๑ ต้นละ  ๑-๒ กิโลกรัม
 
          การค้ำยัน
          กล้วยบางพันธุ์มีผลดกมาก  โดยมีจำนวนหวีมากและผลใหญ่  ต้นที่มีขนาดเล็กหากไม่ค้ำไว้  ต้นอาจล้ม  ทำให้เครือหักได้ เช่น กล้วยหอมทอง  กล้วยไข่ จำเป็นต้องค้ำบริเวณโคนเครือกล้วยไว้  โดยใช้ไม้ไผ่หรือไม้อื่นที่มีง่าม
 
          การให้ผล
          กล้วยจะออกดอกเมื่ออายุต่างกันตามชนิดของกล้วย  เช่น กล้วยไข่ เริ่มออกดอกเมื่ออายุประมาณ ๕ - ๖  เดือน และกล้วยหอมทองจะเริ่มออกดอกเมื่ออายุ ได้ประมาณ  ๖ - ๗  เดือน  ส่วนกล้วยน้ำว้า และกล้วยหักมุกใช้เวลานานกว่า  และผลจะแก่ในระยะเวลาที่ต่างกัน ดังแสดงในตารางที่ ๒

ตารางที่ ๒ ระยะเวลาในการเจริญจนถึงเก็บเกี่ยวของผลกล้วยพันธุ์ต่างๆ
    พันธุ์   จำนวนสัปดาห์หลังแทงปลี
กล้วยไข่        ๖ - ๘
กล้วยหอม      ๑๓ - ๑๕
กล้วยน้ำว้า      ๑๔ - ๑๖
กล้วยหักมุก      ๑๔ - ๑๖

          การคลุมถุง
          ถ้าหากปลูกกล้วยเพื่อการส่งออก ควรทำการคลุมถุง ถุงที่ใช้ควรเป็นถุงพลาสติกสีฟ้าขนาดใหญ่  และยาวกว่าเครือกล้วย   เจาะรูเป็นระยะๆ  และเปิดปากถุง  ทำให้มีอากาศถ่ายเทได้  ถ้าหากไม่เจาะรูและปิดปากถุง อาจทำให้กล้วยเน่าได้
 
ขอบคุณที่มา : สารานุกรมไทยสำหรับเยาวชนฯ เล่มที่ 30

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=2490
 เนื้อหา :การปลูกและการดูแลกล้วย

ความคิดเห็นของคุณ เกี่ยวกับบทความนี้

เช่ารถตู้
วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ
ทุกวันนี้สาวๆหนุ่มๆก็ต้องการที่จะมีผิวหน้าหรือผิวพรรณที่สดใสปราศจากริ้วรอยซึ่งเห็นได้จากแหล่งโซเชียลต่างๆที่มีโฆษณาครีมห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 804 ครั้ง
5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว 5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว
การออกกำลังกายให้กับผม รากผม วิธีนี้เป็นวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเส็นผมของคนเราถูกยึดติดกับหนังศรีษะด้วยรากผม เรา...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 519 ครั้ง
การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง
หลายคนที่มักจะละเลยการแปรงฟัน โดยหารู้ไม่ว่าความสะอาดในช่องปากนั้นก็มีส่วนสำคํย เพราะมันอาจส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นได้ โดย...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 278 ครั้ง
แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก
ผลไม้ชนิดนี้ใคร ๆ ก็ย่อมรู้จักกันดี เป็นราชาของผลไม้ที่ทำให้ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด นั่นก็คือ “แอปเปิ้ล” ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 435 ครั้ง
สรรพคุณของมะนาว สรรพคุณของมะนาว
มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่จะมีกี่คนที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆ นั้นมีประโยชน์ในการรักษาโ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 476 ครั้ง
เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ
เห็ด ก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดยอดเยี่ยมที่เราๆรู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้วและยังเป็นที่นิยมในสังคมไทยอีกด้วย ซึ่งเห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 307 ครั้ง
 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน
โดยปกติแล้ว ผลไม้นั้นกินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ พอดี เพราะผลไม้บางชนิดนั้...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 568 ครั้ง
8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น 8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น
เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่แล่น ลองมาดูวิธีการบริหารสมองอย่างง่าย เพื่อความสดใส กระตุ้นความคิดแจ่มใสระหว่างวันกัน.....
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 395 ครั้ง
ดูทั้งหมด >>
กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
การเกษตร และปศุสัตว์
การศึกษา อบรมสัมนา
กีฬา อุปกรณ์
ของเล่น งานอดิเรก
ของสะสม ของเก่า
ขายตรง ประกันฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คอมพิวเตอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
ดนตรี
ต้นไม้ การจัดสวน
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
นัดพบแรงงาน
เฟอร์นิเจอร์
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
แม่และเด็ก
รถยนต์ ยานพาหนะ
วีดีโอเกมส์
ศิลปะและหัตถกรรม
สัตว์เลี้ยง
สำนักกฏหมาย/ทนาย
สำนักงานบัญชี
สุขภาพและความงาม
เสื้อผ้า แฟชั่น
หนัง เพลง
หนังสือ เครื่องเขียน
อสังหาริมทรัพย์
อาหารและเครื่องดื่ม
อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
อื่นๆ จิปาถะ...
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!