โฆษณา
สำหรับเว็บมาสเตอร์
  โฆษณาฟรี คลิกเลย
  Internet Speed Test
  แปลภาษาทั่วโลก
  สร้าง QR Code ฟรี
  ตรวจอันดับเว็บไซต์
  ค้นหาข้อมูลทั่วโลก
  เกมส์ออนไลน์
  ดูทีวีออนไลน์
  สถานีวิทยุออนไลน์
  ข่าวอัพเดทอัตโนมัติ
  สูตรอาหารนานาชาติ
  RSS Feeds Center
  ระบบสำรวจความคิดเห็น
  ถ้าคุณชอบเที่ยว
  คลิปเด็ดกีฬาดัง
  เรียนภาษาเกาหลี ฟรี!
  เรียนภาษาอังกฤษ ฟรี!
  เรียนภาษาจีน ฟรี!
  เรียนภาษาญี่ปุ่น ฟรี
  เทคนิคการเล่นกอล์ฟ
  เรียนดนตรีออนไลน์
  สร้างเว็บไซต์มือถือ
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน
ผู้สนับสนุน

จิตวิทยาแนวพุทธ
Bookmark and Share

บทความน่ารู้ เรื่องจิตวิทยาแนวพุทธ
ที่นี่คือศูนย์รวมบทความที่น่าสนใจและให้ความรู้จากทุกมุมโลก เพื่อเป็นแหล่งความรู้สำหรับคนไทยทุกคน

 ทางจิตวิทยาจัดอยู่ในกลุ่มความคิดทางลบ เช่น คิดแต่สิ่งที่ สูญเสีย คิดอยู่แต่กับอดีต มองโลกในแง่ร้าย กลัวการเปลี่ยนแปลง เป็นต้น 


ความรู้สึกที่ทำให้ทุกข์ใจมีลักษณะร่วม คือ เป็นความเครียดของจิตใจ เมื่อคนเราเผชิญความกดดันต่าง ๆ รอบตัว ทั้งเรื่องที่รับรู้ว่าเป็นเรื่องเล็กหรือเรื่องใหญ่ เมื่อประกอบกับความคิดทางลบที่ได้กล่าวมาแล้ว ความรู้สึกเครียดจะสะสมกลายเป็นความวิตกกังวล หรือนานไปก็กลายเป็นความท้อแท้สิ้นหวัง และซึมเศร้าในที่สุด 

สาเหตุที่ทำให้แต่ละคนมีความอ่อนไหวภายในตนเอง จนเกิดความคิดทางลบและความรู้สึกเครียด เกิดจาก 

- พันธุกรรม 
- ปมในจิตใจที่สะสม
มาจากวัยเด็ก



เมื่อคนเรามีทุกข์ ไม่ว่าจะเกิดจากความคิดหรือความรู้สึกก็ตาม จะพยายามที่จะขจัดความทุกข์เหล่านั้น แนวคิดทางจิตวิทยาได้เสนอกระบวนการพัฒนาตนเอง เพื่อจัดการกับความทุกข์ที่เกิดขึ้นโดย 

1. การจัดการกับอารมณ์ โดยใช้เทคนิคต่างๆ ในการคลายเครียด เช่น

- การหายใจ 
- การผ่อนคลายกล้ามเนื้อ 
- การจินตนาการ



เพื่อให้ความรู้สึกนั้นมันออกจากตัวเรา และเกิดอารมณ์ทางบวก ในลักษณะของความสงบและผ่อนคลายเข้ามาแทนที่ 

2. การจัดการกับความคิด โดยปรับเปลี่ยนวิธีคิดใหม่ให้เป็นคิดทางบวก (Positive Thinking) 

ตัวอย่าง เช่น เมื่อเกิดวิกฤติเศรษฐกิจ ผู้ที่สูญเสียฐานะและกิจการเกิดความทุกข์ใจ เพราะมองแต่ด้านที่ตนสูญเสียไป ก็ปรับเปลี่ยนวิธีคิดเสียใหม่ว่างานยังมีอะไรเหลืออยู่บ้าง เช่น มีเวลาให้กับตนเองและครอบครัวเพิ่มขึ้น หรือเหตุการณ์นั้นทำให้ได้เรียนรู้บทเรียนเพื่อจะปรับปรุงสิ่งบกพร่องต่อไป 

การพัฒนาตนเองแนวจิตวิทยาทั้ง 2 วิธีนั้น สามารถช่วยบรรเทาทุกข์ที่เกิดขึ้นให้มีความคิดความรู้สึกที่เบาบางได้ แต่ไม่ใช่วิธีดับทุกข์ เพราะยังไม่ได้เน้นให้หยั่งรู้ถึงความเป็นจริงว่า "สิ่งใดก็ตามเมื่อมีเกิดก็ต้องมีดับไป" จนสามารถปล่อยวางทั้งในเรื่องนั้นและเรื่องอื่น ๆ ได้ ดังนั้นการพัฒนาตนเองแนวจิตวิทยาดังกล่าว ยังไม่สามารถทำให้เกิดการพ้นทุกข์ หรือพบกับความสุขที่ยั่งยืน บางคนอาจสงสัยว่า อะไรคือวิธีการที่ทำให้พ้นทุกข์ อะไรคือความสุขที่ยั่งยืน 

ก่อนอื่นควรทำความเข้าใจก่อนว่า คำว่า "ทุกข์" ในทางพุทธศาสนาหมายถึงอะไร


ความหมายของคำว่า “สุข และ “ทุกข์” ในทางจิตวิทยาแนวพุทธ

ความสุขทางโลกในทางพุทธศาสนาถือว่าเป็นความทุกข์เนื่องจากความไม่ยั่งยืน ซึ่งเรียกว่า "กามสุข" หมายถึง ความสุขที่เกิดจากความใคร่ ความอยาก และความปรารถนาทั้งหลาย อันเนื่องจาก "วัตถุกาม" คือ ความสุขจากภายนอก อันได้แก่ รูป เสียง กลิ่น รส และสัมผัสที่น่าใคร่ น่าพอใจ เช่น สุขจากการได้ใช้ทรัพย์สมบัติไปกิน ดื่ม เที่ยว สุขจากการเสพเครื่องอำนวยความสะดวกต่าง ๆ เป็นต้น ส่วน "กิเลสกาม" คือ ความสุขจากการได้ตามความต้องการภายใน เช่น ความพอใจว่าตนมีฐานะชื่อเสียง เป็นต้น 

"กามสุข" ไม่ว่าจาก "วัตถุกาม" หรือ "กิเลสกาม" ล้วนแล้วแต่นำมาซึ่งความทุกข์ทั้งสิ้น เพราะไม่มีสิ่งใดที่จะยั่งยืน หรืออยู่กับเราตลอดไป ดังจะเห็นได้จากโลกธรรม 8 ที่กล่าวไว้ว่า 

มีลาภ ก็ต้อง เสื่อมลาภ 
มียศ ก็ต้อง เสื่อมยศ 
มีสรรเสริญ ก็ต้อง มีนินทา 
มีสุข ก็ต้อง มีทุกข์



ดังนั้น สุขจาก "กามสุข" จึงเป็น "ความทุกข์" ทั้งสิ้น เพราะเป็นสุขที่ไม่ยั่งยืน ไม่มีใครสามารถมีได้ เก็บได้ไว้กับตัวตลอดชีวิต หรืออีกนัยหนึ่ง 


- ความสุข ก็คือ 
ภาวะที่มีทุกข์น้อย 
- ความทุกข์ ก็คือ 
ภาวะที่มีความสุขน้อย



ความทุกข์ในพุทธศาสนามุ่งเน้นเรื่องความทุกข์ทางใจ เพราะความทุกข์ทางกายเป็นเรื่องธรรมชาติ แม้พระพุทธองค์ก็ป่วยกาย และเมื่อเจ็บป่วยรุนแรงก็ต้องมีแพทย์ (เช่น หมอชีวกโกมารภัจจ์) คอยถวายการรักษา แต่ทุกข์ทางใจเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นตลอดเวลา ทั้งขณะที่มีทุกข์ทางกายหรือไม่มีก็ตาม 

ทุกข์ทางใจนี้ พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ในหลักปฏิจจสมุปบาทว่า เมื่อมีกระบวนการทางจิตที่เป็นสาเหตุ ทุกข์ทางใจที่จะเกิดขึ้นก็คือ 


- โสกะ (ความเศร้าโศกใจ ความแห้งใจ) 
- ปริเทวะ (ความคร่ำครวญ ความร่ำไรรำพัน) 
- ทุกข์ (ทุกข์กายที่มีสาเหตุจากทุกข์ใจ 
เช่น ปวดศีรษะ เบื่ออาหาร นอนไม่หลับ ฯลฯ) 
- โทมนัส (ความเสียใจ) 
- อุปายาส (ความคับแค้นใจ ความอึดอัดใจ)



ซึ่งอาจสรุปให้เข้ากับอาการของความทุกข์ใจในทางจิตวิทยา เป็น 3 ประเภท คือ 

1. ความทุกข์ภายในจิตใจ เช่น กลุ้มใจ เครียด ขุ่นมัว ท้อแท้ ซึมเศร้า น้อยใจ พยาบาท เป็นต้น 

2. ความทุกข์ที่แสดงออกภายนอก เช่น ร้องไห้ คร่ำครวญ พูดดุด่า เป็นต้น 

3. ทุกข์กายเนื่องจากทุกข์ใจ เช่น นอนไม่หลับ ปวดศีรษะ ท้องอืด เป็นต้น

สำหรับสาเหตุของความทุกข์นั้น มีรายละเอียดอยู่ในบทที่ 4 เรื่อง ญาณสุข การเจริญสติปัญญาทางธรรมเมื่อเผชิญทุกข์ แต่ในที่นี้ขอสรุปได้สั้นๆ ว่า ทางพุทธศาสนาเน้น สังขาร (ความคิดที่ถูกปรุงแต่งด้วยความโลภ ความโกรธ ความหลง ซึ่งเกิดจาก อวิชชา คือ ความไม่รู้แจ้งในอริยสัจ 4 ทำให้เกิดตัณหา คือความทะยานอยากที่ผลักดันให้คนเราคิด รู้สึกทุกข์ และปฏิบัติที่เป็นปัญหากับตนเองและหรือผู้อื่น ดังนั้น การแก้ไขที่ต้นเหตุแห่งทุกข์ คือ ความทะยานอยาก หรือความคิดปรุงแต่งด้วยกิเลส จึงเป็นการสร้างความสุขที่ยั่งยืน

อะไรคือความสุขที่ยั่งยืน 
พุทธศาสนา ได้แบ่งความสุขไว้ 3 ระดับ คือ 
- ระดับที่ 1 กามสุข 
ซึ่งถือว่าเป็นทุกข์นั้นเอง
- ระดับที่ 2 ฌานสุข
คือสุขสม
- ระดับที่ 3 ญาณสุข 
คือสุขจากการปล่อยวาง



ความสุขในระดับที่ 1 หรือกามสุข เป็นความสุขทางโลก ซึ่งทางพุทธศาสนาจัดว่าเป็นความทุกข์ แต่เป็นทุกข์น้อย หรือสุขที่ไม่ยั่งยืน พร้อมที่จะเปลี่ยนเป็นความทุกข์ได้ 

การที่จะดับทุกข์ จึงประกอบด้วยการดับทุกข์ชั่วคราว โดยการสร้างความสงบทางจิตใจด้วยการทำสมาธิ ความสุขที่ปราศจากกิเลสชั่วคราวนี้หรือ

ความสุขในระดับที่ 2 เรียกว่า ฌานสุขหรือสุขสงบ ซึ่งเป็นความสุขที่ยิ่งกว่าความสุขทั่วไปทางโลก แต่เป็นความสุขชั่วคราวระหว่างอยู่ในสมาธิ และมีผลต่อไปอีกระยะหนึ่งหลังออกจากสมาธิ 

แต่ถ้าหากคนเรายังมีความคิดที่ถูกปรุงแต่งด้วยความโลภ โกรธ หลง มีความทะยานอยากในจิตใจแล้ว ความทุกข์ใจย่อมเกิดขึ้นอีก ดังนั้น 

ความสุขในระดับที่ 3 คือ จึงเป็นการรู้เท่าทันความทะยานอยากและความคิดปรุงแต่งด้วยกิเลสของตัวเรา ทำให้สามารถควบคุมความคิดปรุงแต่ง และปล่อยวางไว้ในที่สุด นั่นก็คือ ญาณสุข หรือสุขจากการปล่อยวาง ซึ่งเป็นความสุขที่ยิ่งกว่าและยั่งยืนกว่าความสุขทางโลก และเป็นความสุขที่เกิดขึ้นได้ตลอดเวลาในชีวิตประจำวัน หากบุคคลนั้นสามารถเจริญสติที่จะรู้ตัว และรู้เท่าทันตัณหาและสังขารของตนได้ 

โดยสรุป ความสุขที่ยั่งยืนก็คือ สุขในระดับที่ 2-3 นั่นเอง ดังนั้นการพัฒนาตนเองทางจิตวิทยา และการการพัฒนาตนเองทางจิตวิทยาแนวพุทธ จะแสดงได้ดังตารางที่ 1 ต่อไปนี้ 

 

ตารางที่ 1 เปรียบเทียบจิตวิทยาและจิตวิทยาแนวพุทธ

 
จิตวิทยา
จิตวิทยาแนวพุทธ
ทุกข์
ทุกข์ทางใจจากสาเหตุต่าง ๆ
ทุกข์ทางใจ เช่นเดียวกับจิตวิทยา แต่จัดความสุขทางโลกว่าเป็นความทุกข์ด้วย
สาเหตุ
ทั้งเหตุภายนอกและภายใน แต่สรุปรวมที่ความคิดทางลบและความรู้สึกเครียดในจิตใจ
ความคิดที่ปรุงแต่งด้วยความโลภ โกรธหลง จนกลายเป็นความทะยานอยาก
การแก้ไข
แก้เฉพาะทุกข์ทางใจ โดยเน้นการผ่อนคลายความรู้สึก การคิดทางบวกและอื่น ๆ
ให้หลุดจากทั้งทุกข์และสุขทางโลกโดยเน้นสมาธิให้เกิดความสงบสุขและการเจริญสติให้เกิดการปล่อยวาง

 


 

 

 ลิงค์ : http://guru.thaibizcenter.com/articledetail.asp?kid=11133
 เนื้อหา :จิตวิทยาแนวพุทธ

ความคิดเห็นของคุณ เกี่ยวกับบทความนี้

เช่ารถตู้
วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ วิธีทําให้หน้าใสด้วยตัวเอง 8 ประการ
ทุกวันนี้สาวๆหนุ่มๆก็ต้องการที่จะมีผิวหน้าหรือผิวพรรณที่สดใสปราศจากริ้วรอยซึ่งเห็นได้จากแหล่งโซเชียลต่างๆที่มีโฆษณาครีมห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 949 ครั้ง
5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว 5 เคล็ดลับวิธีทําให้ผมยาวเร็ว
การออกกำลังกายให้กับผม รากผม วิธีนี้เป็นวิธีการง่ายๆไม่ยุ่งยาก เนื่องจากเส็นผมของคนเราถูกยึดติดกับหนังศรีษะด้วยรากผม เรา...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 619 ครั้ง
การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง การดูแลเหงือกด้วยวิธีที่ถูกต้อง
หลายคนที่มักจะละเลยการแปรงฟัน โดยหารู้ไม่ว่าความสะอาดในช่องปากนั้นก็มีส่วนสำคํย เพราะมันอาจส่งผลต่ออวัยวะส่วนอื่นได้ โดย...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 311 ครั้ง
แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก แอปเปิ้ลราชาผลไม้ลดน้ำหนัก
ผลไม้ชนิดนี้ใคร ๆ ก็ย่อมรู้จักกันดี เป็นราชาของผลไม้ที่ทำให้ลดน้ำหนักได้ดีที่สุด นั่นก็คือ “แอปเปิ้ล” ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 503 ครั้ง
สรรพคุณของมะนาว สรรพคุณของมะนาว
มะนาวเป็นผลไม้พื้นๆที่ใช้บริโภคกันในชีวิตประจำวันอยู่แล้ว แต่จะมีกี่คนที่จะรู้ว่ามะนาวลูกเล็กๆ นั้นมีประโยชน์ในการรักษาโ...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 540 ครั้ง
เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ เห็ดสุดยอดแห่งอาหารเพื่อสุขภาพ
เห็ด ก็ถือว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพชนิดยอดเยี่ยมที่เราๆรู้จักกันมาเป็นเวลานานแล้วและยังเป็นที่นิยมในสังคมไทยอีกด้วย ซึ่งเห...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 338 ครั้ง
 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน 10 อันดับผลไม้ทำให้อ้วน
โดยปกติแล้ว ผลไม้นั้นกินแล้วดี มีประโยชน์ต่อสุขภาพ แต่เราก็ควรเลือกรับประทานในปริมาณที่พอเหมาะ พอดี เพราะผลไม้บางชนิดนั้...
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 658 ครั้ง
8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น 8 วิธีบริหารสมองให้สดชื่น
เมื่อรู้สึกอ่อนเพลีย สมองไม่แล่น ลองมาดูวิธีการบริหารสมองอย่างง่าย เพื่อความสดใส กระตุ้นความคิดแจ่มใสระหว่างวันกัน.....
แสดงความคิดเห็น : 0 ท่าน | เปิดอ่านแล้ว : 443 ครั้ง
ดูทั้งหมด >>
กล้อง อุปกรณ์การถ่ายภาพ
การเกษตร และปศุสัตว์
การศึกษา อบรมสัมนา
กีฬา อุปกรณ์
ของเล่น งานอดิเรก
ของสะสม ของเก่า
ขายตรง ประกันฯ
ข่าวประชาสัมพันธ์
คอมพิวเตอร์
เครื่องใช้ไฟฟ้า
เครื่องใช้สำนักงาน
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้ชาย
เครื่องสำอางค์สำหรับผู้หญิง
จิวเวลรี่ เครื่องประดับ
ดนตรี
ต้นไม้ การจัดสวน
ท่องเที่ยว
ธุรกิจ อุตสาหกรรมทั่วไป
ธุรกิจ อุตสาหกรรมพลาสติก
นัดพบแรงงาน
เฟอร์นิเจอร์
มือถือ อุปกรณ์สื่อสาร
แม่และเด็ก
รถยนต์ ยานพาหนะ
วีดีโอเกมส์
ศิลปะและหัตถกรรม
สัตว์เลี้ยง
สำนักกฏหมาย/ทนาย
สำนักงานบัญชี
สุขภาพและความงาม
เสื้อผ้า แฟชั่น
หนัง เพลง
หนังสือ เครื่องเขียน
อสังหาริมทรัพย์
อาหารและเครื่องดื่ม
อินเตอร์เน็ตและเว็บไซต์
อื่นๆ จิปาถะ...
โฆษณา
ผลิตสินค้าผ้าไหม
โฆษณา
โฆษณาฟรี
โฆษณา
ที่พักแก่งกระจาน
โฆษณา
DVDราคาถูกทีสุด
โฆษณา
พัดลมกันระเบิด
โฆษณา
ท่องเที่ยวรอบโลก
โฆษณา
บรรจุภัณฑ์
โฆษณา
อยากมีเว็บคลิก
โฆษณา
สั่งสินค้าจากจีน
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!
โฆษณา
สนใจโฆษณา คลิก!